รวมข้อสอบวิชาบาลีไวยากรณ์
ประโยค ป.ธ. ๓
ปัญหาและเฉลย บาลีไวยากรณ์
สอบ วันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๓
เวลา ๑๔.๑๕ - ๑๗.๑๕ น.

๑.
จงเติมคำที่ถูกต้องลงในช่องว่าง ต่อไปนี้

ก. สระ..........ตัว ชื่อว่า............เป็นที่อาศัยของ...................

ข. อักขระ............ตัว มี..........เป็นที่สุด ชื่อว่า...........แปลว่า...........

ค. มาตราที่ว่าอักขระนั้น ดังนี้........เท่ากับส่วนที่ ๔ ของวินาที ฯ

ฆ. ในพยัญชนะวรรคทั้งหลาย พยัญชนะที่ซ้อนหน้าตัวเองไม่ได้
    มี.........ตัว คือ.........

ง. พยัญชนะวรรค....ตัวนี้ เป็น....มีเสียง....พอให้รู้ได้ว่าตัวนั้นเป็นตัวสะกด ฯ

๒.
สนธิกิริโยปกรณ์คืออะไร มีเท่าไร อะไรบ้างสพฺพวิทูหมสฺมิ,
ปฎิมํเสตมตฺตนา เป็นสนธิอะไร ตัดและต่ออย่างไร ฯ

๓.
จงตอบคำถามต่อไปนี้

ก. นามนาม คุณนาม และสัพพนาม ท่านจัดเป็นลิงค์ไว้เท่าไร

ข. คำพูดที่ท่านจัดเป็นลิงค์และวจนะนั้น ผู้ศึกษาจะกำหนดเนื้อหาได้ง่าย
    ต้องอาศัยอะไรเป็นเครื่องอุปถัมภ์
เพราะเหตุไร

ค. คำว่า ภควนฺตา ภควนฺเต ภควนฺโต นั้น มีวิธีใช้อย่างไร

ฆ. ศัพท์ชื่อมโนคณะ มีศัพท์อะไร เป็นต้น มีศัพท์อะไร เป็นที่สุด เมื่อเข้า
    สมาสกับศัพท์อื่น ๆ มีวิธีทำต่างจากศัพท์อื่น ๆ อย่างไร


ง. ปกติสังขยา ท่านจัดแบ่งเป็นนาม ลิงค์ วจนะ ไว้อย่างไร

๔.
อาขยาตคืออะไร มีเครื่องประกอบที่สำคัญอะไรบ้างจงแจก ชิ ธาตุ ในความชนะ ด้วย วัตตมานาวิภัตติเฉพาะ ปรัสสบท ทั้งเอกวจนะและ
พหุวจนะ มาดู

๕. กิตก์นั้น คือ อะไร แบ่งเป็นกี่อย่าง อะไรบ้างปารคเวสิโน (ปุคฺคลา),
ทุรจฺจยา (ตณฺหา) ลงปัจจัยอะไร เป็นรูปและสาธนะอะไร จงเขียน
รูปวิเคราะห์มาดู ฯ

๖. ตัปปุริสสมาส และ อัพยยีภาวสมาส ต่างกันอย่างไร
วิทิตสพฺพจตุภูมิกธมฺโม (ภควา) แปลว่าอะไร เป็นสมาสอะไร
จงเขียนรูปวิเคราะห์มาดู

๗. ปัจจัย มีในตัทธิตไหนบ้าง จงตอบพร้อมทั้งยกรูปวิเคราะห์มาประกอบ
ด้วย


ให้เวลา  ๓  ชั่วนาฬิกา
เอกสารอ้างอิง
  เรื่อง สอบบาลี ของบาลีสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๓๓. หน้า
  สนามหลวงแผนกบาลี. (๒๕๔๙). ปัญหา-เฉลยประโยคบาลีสนามหลวง
     ประโยค ๑-๒, ประโยค ป.ธ.๓. พ.ศ.๒๕๒๙-๒๕๔๙. หจก.สตาร์กรุ้ฟ.
     หน้า ๔๕๔-๔๕๘.
  สำนักงานแม่กองบาลีสนามหลวง และคณะ. (๒๕๕๕) ปัญหาและเฉลย
     ประโยคบาลีสนามหลวง ชั้นประโยค ป.ธ.๓ พ.ศ.๒๕๐๐-๒๕๕๕.
     หน้า ๒๙๕-๒๙๙.

 

ข้อสอบสนามหลวง
พ.ศ. ๒๕๒๘
พ.ศ. ๒๕๒๙
พ.ศ. ๒๕๓๐
พ.ศ. ๒๕๓๑
พ.ศ. ๒๕๓๒
พ.ศ. ๒๕๓๓
พ.ศ. ๒๕๓๔
พ.ศ. ๒๕๓๕
พ.ศ. ๒๕๓๖
พ.ศ. ๒๕๓๗
พ.ศ. ๒๕๓๘
พ.ศ. ๒๕๓๙
พ.ศ. ๒๕๔๐
พ.ศ. ๒๕๔๑
พ.ศ. ๒๕๔๒
พ.ศ. ๒๕๔๓
พ.ศ. ๒๕๔๔
พ.ศ. ๒๕๔๕
พ.ศ. ๒๕๔๖
พ.ศ. ๒๕๔๗
พ.ศ. ๒๕๔๘
พ.ศ. ๒๕๔๘_๒
พ.ศ. ๒๕๔๙
พ.ศ. ๒๕๔๙_๒
พ.ศ. ๒๕๕๐
พ.ศ. ๒๕๕๐_๒
พ.ศ. ๒๕๕๑
พ.ศ. ๒๕๕๑_๒
พ.ศ. ๒๕๕๒
พ.ศ. ๒๕๕๒_๒
พ.ศ. ๒๕๕๓
พ.ศ. ๒๕๕๓_๒
พ.ศ. ๒๕๕๔
พ.ศ. ๒๕๕๔_๒
พ.ศ. ๒๕๕๕
พ.ศ. ๒๕๕๕_๒
พ.ศ. ๒๕๕๖
พ.ศ. ๒๕๕๖_๒
พ.ศ. ๒๕๕๗
พ.ศ. ๒๕๕๗_๒
พ.ศ. ๒๕๕๘
พ.ศ. ๒๕๕๘_๒
พ.ศ. ๒๕๕๙
พ.ศ. ๒๕๕๙_๒
พ.ศ. ๒๕๖๐
พ.ศ. ๒๕๖๐_๒
พ.ศ. ๒๕๖๑
พ.ศ. ๒๕๖๑_๒
พ.ศ. ๒๕๖๒
พ.ศ. ๒๕๖๒_๒
พ.ศ. ๒๕๖๓
พ.ศ. ๒๕๖๓_๒
พ.ศ. ๒๕๖๔
พ.ศ. ๒๕๖๔_๒
พ.ศ. ๒๕๖๕
พ.ศ. ๒๕๖๕_๒
พ.ศ. ๒๕๖๖
พ.ศ. ๒๕๖๖_๒
พ.ศ. ๒๕๖๗
พ.ศ. ๒๕๖๗_๒
พ.ศ. ๒๕๖๘
พ.ศ. ๒๕๖๘_๒
พ.ศ. ๒๕๖๙
พ.ศ. ๒๕๖๙_๒
พ.ศ. ๒๕๗๐
พ.ศ. ๒๕๗๐_๒
พ.ศ. ๒๕๗๑
พ.ศ. ๒๕๗๑_๒
พ.ศ. ๒๕๗๒
พ.ศ. ๒๕๗๒_๒
พ.ศ. ๒๕๗๓
พ.ศ. ๒๕๗๓_๒
พ.ศ. ๒๕๗๔
พ.ศ. ๒๕๗๔_๒
พ.ศ. ๒๕๗๕
พ.ศ. ๒๕๗๕_๒
พ.ศ. ๒๕๗๖
พ.ศ. ๒๕๗๖_๒
พ.ศ. ๒๕๗๗
พ.ศ. ๒๕๗๗_๒
พ.ศ. ๒๕๗๘
พ.ศ. ๒๕๗๘_๒
พ.ศ. ๒๕๗๙
พ.ศ. ๒๕๗๙_๒
พ.ศ. ๒๕๘๐
พ.ศ. ๒๕๘๐_๒
พ.ศ. ๒๕๘๑
พ.ศ. ๒๕๘๑_๒
พ.ศ. ๒๕๘๒
พ.ศ. ๒๕๘๒_๒
พ.ศ. ๒๕๘๓
พ.ศ. ๒๕๘๓_๒
พ.ศ. ๒๕๘๔
พ.ศ. ๒๕๘๔_๒
พ.ศ. ๒๕๘๕
พ.ศ. ๒๕๘๕_๒
พ.ศ. ๒๕๘๖
พ.ศ. ๒๕๘๖_๒
พ.ศ. ๒๕๘๗
พ.ศ. ๒๕๘๗_๒
พ.ศ. ๒๕๘๘
พ.ศ. ๒๕๘๘_๒
พ.ศ. ๒๕๘๙
พ.ศ. ๒๕๘๙_๒
พ.ศ. ๒๕๙๐
พ.ศ. ๒๕๙๐_๒
พ.ศ. ๒๕๙๑
พ.ศ. ๒๕๙๑_๒
พ.ศ. ๒๕๙๒
พ.ศ. ๒๕๙๒_๒
พ.ศ. ๒๕๙๓
พ.ศ. ๒๕๙๓_๒
พ.ศ. ๒๕๙๔
พ.ศ. ๒๕๙๔_๒
พ.ศ. ๒๕๙๕
พ.ศ. ๒๕๙๕_๒
พ.ศ. ๒๕๙๖
พ.ศ. ๒๕๙๖_๒
พ.ศ. ๒๕๙๗
พ.ศ. ๒๕๙๗_๒
พ.ศ. ๒๕๙๘
พ.ศ. ๒๕๙๘_๒
พ.ศ. ๒๕๙๙
พ.ศ. ๒๕๙๙_๒
พ.ศ. ๒๖๐๐
พ.ศ. ๒๖๐๐_๒
พ.ศ. ๒๕๐๐
พ.ศ. ๒๕๐๑
พ.ศ. ๒๕๐๒
พ.ศ. ๒๕๐๓
พ.ศ. ๒๕๐๔
พ.ศ. ๒๕๐๕
พ.ศ. ๒๕๐๖
พ.ศ. ๒๕๐๗
พ.ศ. ๒๕๐๘
พ.ศ. ๒๕๐๙
พ.ศ. ๒๕๑๐
พ.ศ. ๒๕๑๑
พ.ศ. ๒๕๑๒
พ.ศ. ๒๕๑๓
พ.ศ. ๒๕๑๔
พ.ศ. ๒๕๑๕
พ.ศ. ๒๕๑๖
พ.ศ. ๒๕๑๗
พ.ศ. ๒๕๑๘
พ.ศ. ๒๕๑๙
พ.ศ. ๒๕๒๐
พ.ศ. ๒๕๒๑
พ.ศ. ๒๕๒๒
พ.ศ. ๒๕๒๓
พ.ศ. ๒๕๒๔
พ.ศ. ๒๕๒๕
พ.ศ. ๒๕๒๖
พ.ศ. ๒๕๒๗